Upon The Melodies Of The Moon : Yasunori Mitsuda x Masato Kato
.
.
The Dipterocarpus turbinatus : ความรักของแผ่นดิน
.
.
.
.
.
ฉันคือ... ลูกไม้ที่ปลิวมาจากต้นไม้ใหญ่บนภูเขา
สายลมที่พัดกรรโชกในคืนที่ฝนตกหนัก
ทำให้ฉันปลิวตกห่างจากไม้ใหญ่ที่โอบกอดเลี้ยงดูฉันด้วยเปลือกแข็งมาตลอด
ฉันปลิวลงสู่ผืนดินเบื้องล่างที่มีต้นไม้เล็กใหญ่หลากหลายพันธุ์
ผืนดินช่างชุ่มฉ่ำและอ่อนโยน ฉันหลับตาให้ผืนดินโอบกอดด้วยเม็ดดินอ่อนนุ่ม
ต้นไม้อื่นต่างเฝ้ามองฉันอย่างใคร่รู้ว่าฉันจะเติบโตขึ้นเป็นต้นอะไร
บ้างก็คาดว่าฉันจะเป็นต้นมะม่วงที่ให้ผลหวานหอม
บ้างก็คาดว่าฉันจะเป็นต้นกฤษณาที่มีเนื้อไม้หอม
บ้างก็คาดว่าฉันจะเป็นต้นกระบกที่สูงเสียดฟ้าน่าเชิดหน้าชูตาในอนาคต
ทว่าผืนดินเพียงโอบกอดฉันด้วยความชุ่มฉ่ำ
และไม่เคยเอ่ยถามเลยสักครั้งว่าฉันจะเติบโตขึ้นเป็นต้นอะไร
ผืนดินมักบอกต้นไม้รอบข้างอย่างใจเย็นว่าเวลาจะเป็นผู้ตัดสินเอง
.
.
.
.
.
ฉันคือ... ต้นกล้าที่เพิ่งลืมตารับแสงสว่างเหนือผืนดิน
รอบข้างฉันมีทั้งต้นไม้สูงใหญ่และต้นกล้าที่มีขนาดใกล้เคียงกับฉันมากมาย
ฉันมักเล่นกับต้นกล้าต้นอื่น ๆ ในยามเช้า
วันใดที่แสงแดดร้อนแรงเกินไป
ต้นไม้ใหญ่รอบข้างจะยืดยอดสูงและแผ่กิ่งก้านสาขาให้กว้างกว่าปกติ
เพื่อบังแดดให้ต้นกล้าอย่างพวกฉัน
เมื่อฝนตกลงมา
ฉันจะกล่าวขอบคุณท้องฟ้าที่ส่งความห่วงใยมาให้ผืนดินและต้นไม้
บางครั้งฉันดื้อดึงเพราะคิดถึงเพียงความต้องการของตัวเอง
ผืนดินทำโทษฉันด้วยการทำให้ดินรอบตัวฉันแข็งกร้าว
จนฉันปวดระบมไปทั้งตัวและเข็ดไปอีกนาน
วันใดที่มีลมแรง
ฉันมักได้ยินเสียงของต้นไม้ใหญ่ดังมาจากยอดเขา
ต้นไม้ใหญ่กล่าวฝากให้ผืนดินเอาใจใส่ดูแลฉันเสมอ
อย่าให้โดนสัตว์ใดถอนทิ้ง
อย่าให้อดตายเพราะถูกไม้ใหญ่ต้นอื่นแย่งแสงแดดไปหมด
ผืนดินตอบรับแผ่วเบา
เพราะยังมีต้นกล้าและต้นไม้ใหญ่อีกมากมายที่ผืนดินต้องดูแล
ถึงกระนั้น
ผืนดินก็ไม่เคยเอ่ยปากต่อว่าหรือทวงถามบุญคุณต้นไม้ต้นใด
.
.
.
.
.
ฉันคือ... ต้นไม้ที่กำลังเติบโต
กิ่งใบของฉันเริ่มให้ร่มเงาแก่ต้นกล้าเล็ก ๆ ต้นอื่นได้
ตอนนี้ ฉันเริ่มคิดแล้วว่าอยากโตขึ้นเป็นต้นอะไร
ฉันอยากเป็นต้นโพธิ์ที่ผลัดใบตลอดปี
เพราะใบไม้ของฉันจะช่วยให้คุณประโยชน์กับผืนดิน
ฉันอยากเป็นต้นไทรแข็งแกร่งที่อยู่รอดโดยไม่ต้องเกรงกลัวไม้ใหญ่ต้นใด
ฉันอยากเป็นต้นกระบกสูงใหญ่ เมล็ดของฉันเป็นอาหารของสัตว์ต่าง ๆ
และพวกนกก็สามารถสร้างรังบนยอดสูงของฉันได้
ต้นไม้ใหญ่บนยอดเขากล่าวกับผืนดินว่าฉันจะเป็นต้นอะไรก็ได้ตามใจฉัน
แต่ขอให้ฉันเป็นต้นไม้ที่สวยงามและมีคุณค่าต่อป่าแห่งนี้ก็เพียงพอแล้ว
ผืนดินไม่ตอบกระไร
เพียงแค่ยิ้มและโอบกอดฉันด้วยความชุ่มฉ่ำของผืนดินต่อไป
.
.
.
.
.
ฉันคือ... ต้นยางแดง
ต้นไม้รอบข้างฉันบอกเช่นนั้น
เพื่อน ๆ ต้นกล้าที่โตมาด้วยกันต่างหนีห่าง
พวกเขาเป็นเพียงไม้ยืนต้นเล็ก ๆ
และกลัวว่าฉันจะเบียดที่พวกเขาเมื่อโตขึ้น
บ้างว่าฉันเป็นต้นไม้ใหญ่ก็ต้องอยู่กับพวกต้นไม้ใหญ่
พวกเขาเป็นต้นไม้เล็ก ๆ ก็ต้องอยู่กับต้นไม้เล็ก ๆ
ฉันไม่เข้าใจเพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเป็นเพียงต้นกล้า
ฉันกับพวกเขาก็อยู่ร่วมกันได้ไม่ใช่หรือ
ฉันไม่ชอบพวกต้นไม้ใหญ่เลย เพราะพวกนั้นชอบโอ้อวดใส่กัน
พวกต้นไม้ใหญ่มักแข่งกันสูงโตและแผ่กิ่งก้านสาขากว้าง ๆ
เพื่อพิสูจน์ว่าใครให้ร่มเงาต้นไม้เล็กต้นอื่น ๆ ได้มากกว่ากัน
ทว่าร่มเงาที่มีมากเกินไปจนแสงแดดไม่อาจส่องผ่านลงมา
ทำให้ต้นไม้เล็ก ๆ พากันล้มตายมากมายโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้
และต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นก็ยังคงโอ้อวดต้นไม้อื่นต่อไป
ว่าตนเองทำคุณประโยชน์ให้กับผืนดินนี้มากมายมหาศาลเพียงใด
.
.
.
.
.
ฉันคือ... ต้นไม้ที่สูงใหญ่
ลำต้นของฉันกว้างใหญ่และกิ่งก้านก็ให้ร่มเงาแก่ต้นไม้อื่นทั่วถึง
แต่ฉันยังไม่ลืมขยับกิ่งใบของฉันเล็กน้อย
เพื่อให้ต้นไม้เล็ก ๆ เบื้องล่างได้รับแสงแดดบ้าง
เหมือนที่ต้นไม้ใหญ่ต้นก่อน ๆ ทำเมื่อฉันยังเป็นเพียงต้นกล้า
ต้นไม้ใหญ่บนยอดเขายังฝากผืนดินให้ดูแลฉันเสมอ
แม้ฉันจะโตพอดูแลตัวเองได้แล้วก็ตามที
ไม้ใหญ่บอกตลอดเวลาว่าฉันอยากเติบโตเป็นต้นไม้แบบไหนก็ได้
ขอเพียงอย่างเดียวคือเป็นต้นไม้ที่ดี
มีลำต้นตรงไม่คดงอและไม่เปรอะบางหักง่ายจนกิ่งหักลงไปทำร้ายต้นไม้ต้นอื่น
แต่ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าต้นไม้ดีคือต้นไม้แบบใด
ในเมื่อฉันไม่เคยได้รับการดูแลโดยตรง
หรือเห็นต้นแบบของต้นยางแดงที่ดีจากไม้ใหญ่ที่อยู่บนยอดเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
การเป็นต้นไม้ที่ตรงสูงนั้นดีจริงหรือ
ฉันเคยเห็นต้นไม้รูปทรงสวยตรงสง่าแต่ต้องตาย
เพราะถูกเถาวัลย์จำนวนมากเลื้อยขึ้นไปอาศัยอยู่รัดจนตาย
ในขณะที่ต้นไม้คดงอกลับมีนกอาศัย
และช่วยกำจัดเถาวัลย์ที่น่ากลัวเหล่านั่นด้วยการนำมาทำรัง
การเป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่งไม่เปราะบางนั้นดีจริงหรือ
ฉันเคยเห็นต้นไม้แดงที่แข็งแกร่งถูกมนุษย์ตัดไปทำที่พักอาศัยมากมาย
ในขณะที่ต้นไม้เปราะบางอย่างต้นหว้ากลับยืนยงจนหมดอายุขัย
เนื่องจากมนุษย์เห็นว่าผลของต้นหว้านั้นใช้เป็นอาหารของนกและสัตว์ในป่าได้
.
.
.
.
.
ตอนนี้ฉันคือ... ต้นยางแดงที่สูงเสียดฟ้า
ยามที่ฉันมองสูงขึ้นไปบนยอดเขา
ฉันเห็นซากต้นไม้ใหญ่ผุกร่อนไปตามกาลเวลาโดดเด่นอยู่บนนั้น
เสียงมนุษย์กล่าวชื่นชมดังแว่วมาตามสายลมว่า
ไม้ใหญ่นั้นเคยเป็นไม้ที่สูงสง่าที่สุดและเป็นต้นกำเนิดของต้นไม้ใหญ่ต้นอื่น ๆ ในป่า
ยามที่ฉันก้มมองเบื้องล่าง...
ฉันมองไม่เห็นใครเพราะกิ่งก้านกว้างใหญ่ของฉัน
ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาบางครั้งที่ลมหนาวอันเย็นเยือกพัดผ่าน
ทว่าความหนาวเย็นไม่อาจกัดกร่อนความอบอุ่นในใจของฉัน
เพราะลึกลงไปเบื้องล่างผ่านพุ่มไม้ที่หนาทึบ
ผืนดินผืนเดิมยังคงโอบกอดและดูแลฉันเหมือนครั้งที่ยังเป็นเพียงต้นกล้าต้นเล็ก ๆ
ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด
ผืนดินชุ่มฉ่ำนี้จะโอบกอดต้นไม้ทุกต้นในป่าอย่างเงียบ ๆ
และเฝ้ามองต้นหญ้า ดอกไม้ พุ่มไม้ และต้นไม้แต่ละต้นเติบโตขึ้นอย่างเอาใจใส่
.
.
.
.
.
อนาคตฉันคือ...
ต้นไม้ที่อาจไม่แข็งแกร่งและไม่ยืนตรงสง่างามดังเช่นตอนนี้
แต่ฉันจะเป็นต้นไม้ที่ระลึกถึงความอ่อนโยนของผืนดินเสมอ
เมื่อเวลาแห่งการสิ้นสุดมาถึง
ฉันพร้อมจะล้มตัวนอนเพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินอันอ่อนโยน
และโอบกอดต้นกล้าน้อย ๆ ด้วยความรักที่ไม่มีวันสลายหายไปพร้อมตัวฉัน
.
.
.
.
.
Story by : หมีขาว ( http://remina.exteen.com )
.
.
P.S. เป็นเรียงความแนะนำตัวเอง
ที่เขียนเมื่อสมัยเรียนวรรณกรรมสำหรับเด็ก
ตอนนี้กลับมาอ่านอีกที ก็ยังชอบอยู่ ^ ^
.
.
edit @ 23 Feb 2008 22:53:45 by Remina
