2008/Aug/13

.

.

.

ขอให้เป็นข้อคิดแก่ทุกฅนที่ได้อ่าน

เมื่อเช้ามืดของวันที่ 13 สิงหาคม 2551

เวลาราวๆ ตี 3 ณ หมู่บ้านลาดพร้าว โครงการ 1

.

หลังจากที่พี่สาวของหมีขาวปิดไฟชั้นล่างดวงสุดท้าย

และเดินขึ้นไปอาบน้ำในห้องของตัวเอง

ณ ตอนนั้นเอง

ที่เสียงเพล๊งดังเข้าหูพ่อหมีขาวที่นอนหลับอยู่ในห้อง

.

" ใคร!? "

พ่อหมีขาวสะดุ้งตื่นและตะโกนถามจากในห้องนอน

ด้วยใจหนึ่งคิดไปว่ามีใครทุบกระจกเข้ามา

.

พี่สาวซึ่งเพิ่งเดินขึ้นบ้านได้ไม่นาน นึกว่าตัวเองทำเสียงดัง

จึงตอบกลับไปว่า " หนูเองค่ะ "

.

เมื่อพ่อได้ยินเช่นนั้น จึงกลับไปนอนตามเดิม

ขณะที่พี่สาวนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้หยิบโฟมล้างหน้าขึ้นมา

จึงเดินกลับลงไปที่ชั้นล่างอีกครั้ง

.

ชั้นล่างเงียบกริบ เพราะน้องหมาอยู่บนบ้านทุกตัว

เมื่อเจอโฟมล้างหน้าแล้ว พี่สาวก็ขึ้นไปอาบน้ำและนอน

.

.

.

.

.

.

รุ่งเช้า เวลาประมาณ 6.00 น. สัญญาณแห่งความผิดปกติจึงเริ่มชัดเจน

แม่บ้านตื่นนอนและเปิดประตูห้องออกมา

เห็นประตูทางเดินซึ่งลงกลอนไว้เมื่อคืนถูกเปิดทิ้งไว้

แต่ประตูเข้าไปภายในบ้านยังคงล็อคอยู่

.

สัญญาณผิดปกติถัดมา

ลูกสาวแม่บ้านเดินไปให้อาหารปลาที่บ่อในสวนซึ่งอยู่ข้างห้องรับแขก

และเห็นตุ๊กตาประดับสวนล้มกองอยู่

รอบๆ มีเศษกระจกกระจายและที่น่าตกใจคือ

บานกระจกที่เคยกั้นระหว่างสวนกับห้องรับแขก

บัดนี้เหลือเพียงช่องว่างปราศจากสิ่งขวางกั้น

.

ความผิดปกตินี้

ทำให้ลูกสาวของแม่บ้านรีบโทรหาฅนที่อยู่ภายในบ้านทันที

.

พ่อหมีขาวรับโทรศัพท์และทราบความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นฅนแรก

ปืน...ที่ไม่ได้จับมานาน ถูกหยิบมาใช้ทันใด

.

.

พ่อกับแม่หมีขาวค่อยๆ เปิดประตูห้องและเช็คห้องของลูกๆ

ลูกๆ ที่งัวเงียพลันตาสว่างเมื่อทราบสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อชั้นบนปลอดภัย ทุกฅนจึงทยอยลงไปดูชั้นล่างอย่างระมัดระวัง

.

.

เศษดินเลอะห้องรับแขก

ลิ้นชักถูกรื้อค้น

พระพุทธรูปถูกยกลงมาจากชั้นวาง

บานประตูเชื่อมต่อไปที่สวน ถูกเปิดทิ้งไว้

.

.

เมื่อตรวจสอบแล้ว จึงรู้ว่ามีสิ่งของหายไปสองอย่างคือ

แจกันทองแดง(หรือเหลืองก็ไม่รู้)โบราณ

ที่หนักโคตรๆ ถ้าจะเคลื่อนย้ายก็ต้องอุ้มไปเลยทีเดียว

.

.

.

คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค Acer TravelMate 8000

รุ่นที่ใช้จนหมดค่าเสื่อมไปแล้วก็ว่าได้

(แต่ก็ยังใช้งานได้ดีนะ เอ้อ)

ใส่ไว้ในกระเป๋าหนังวางไว้บนเก้าอี้โต๊ะอาหาร

พร้อมให้หยิบไปได้โดยง่าย

.

.

.

.

หลังจากเรียกยามประจำหมู่บ้านมาดูและเรียกตำรวจมารับเรื่องแล้ว

ก็สรุปจากสภาพการณ์คร่าวๆ ว่า ขโมยอาจมีมากกว่า 1 ฅน

ปีนขึ้นมาจากหลังบ้านซึ่งติดกับที่ดินว่างด้วยการเอาขอนไม้พาด

และเป็นไปได้ว่า รออยู่ข้างนอกบ้านตั้งแต่ตอนที่พี่สาวยังไม่ขึ้นบ้าน

เมื่อเห็นพี่สาวขึ้นบ้านก็ทุบทันที

.

.

ปกติควรจะรอสักพักให้เจ้าบ้านนอนก่อนไม่ใช่เหรอ?

.

.

สิ่งของที่ขนไปได้อาจดูเหมือนน้อยชิ้น

แต่สิ่งที่ทิ้งไว้คือความหวั่นกลัว

ไม่มีความปลอดภัยอะไรในสังคมนี้อีกแล้ว

.

.

จากการสอบถามฅนใกล้ตัว ก็รู้สึกว่าช่วงนี้จะมีเรื่อง

ขโมยขึ้นบ้าน ขโมยของ อะไรแนวนี้เยอะ

อยากให้ทุกฅนระวังตัวเอง

ของมีค่าไม่ควรวางไว้ชั้นล่างที่หยิบฉวยได้ง่าย

ควรเก็บขึ้นห้องไปเสีย

และเวลาอยู่ในบ้านก็ควรปิดม่าน

เพราะมองจากข้างนอกตอนกลางคืน

บ้านที่เปิดไฟสว่างโดยไม่ปิดม่านจะเห็นภายในชัดมาก

เสียเปรียบฅนที่ดักรออยู่เห็นๆ

.

.

.

.

ถือได้ว่าเป็นโชคดีของพี่สาวที่ไม่ลงมาจ๊ะเอ๋กับขโมย

เมื่อได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ขอให้อยู่ภายในห้อง

และใช้โทรศัพท์โทรหากันดีกว่า

เพื่อความปลอดภัยของฅนในบ้าน

.

.

.

.

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ

.

.

.

คืนนั้นหมีขาวนอนไม่ได้ล็อคประตูห้อง..........

.

.

.

.

(Life Point -1)

.

.

.

.

คำเตือน : โปรดล็อคห้องนอนทุกครั้งก่อนนอน

.

.

ป.ล. ขอเล่าความแสบ

ในกระเป๋าคอมโน้ตบุ๊คของหมีขาว

มีสมุดโน้ตที่ใช้จดเรียน ป. โท

ขโมยก็หยิบออกมาแล้วโยนทิ้งลงบ่อปลา

.

.

แสบมาก...

edit @ 14 Aug 2008 00:03:39 by Remina